1. หมู่บ้านยูฟุอิน ฟลอร์รัล (Yufuin Floral Village)

หมู่บ้านสไตล์ยุโรปสุดคิวท์ในเมืองยูฟุอิน ที่มองจากมุมไหนก็น่ารักไปหมด เหมือนเดินอยู่ในโลกเทพนิยาย มีร้านกาแฟ ร้านงานฝีมือ ร้านขนม และโซนถ่ายรูปเพียบ
ไฮไลต์
-อาคารสไตล์อังกฤษหลังน้อย สีพาสเทลน่ารัก
-ร้านค้าเล็กๆ เท่าข้อมือ แต่เต็มไปด้วยของน่ารัก
-มุมถ่ายรูปที่ดังที่สุดคือ “ตรอกฟลอร์รัล”
เวลาเปิด–ปิด
ส่วนใหญ่ร้านเปิด 10.00–17.00 น. (แตกต่างกันเล็กน้อย)
การเดินทาง
จากสถานี Yufuin เดินประมาณ 15–20 นาที หรือขึ้นแท็กซี่ประมาณ 5 นาที
ขอบคุณรูปภาพจาก chillchilljapan
2. ทะเลสาบคินริน (Kinrin Lake)

ทะเลสาบที่ขึ้นชื่อเรื่องไอหมอกลอยเหนือผิวน้ำในตอนเช้า เพราะมีน้ำพุร้อนใต้ผิวน้ำ ทำให้ที่นี่โรแมนติกมาก โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีสีทองสะท้อนผิวน้ำสวยสุดๆ
ไฮไลต์
-หมอกลอยเหนือผืนน้ำช่วงเช้า
-เส้นทางเดินเลียบทะเลสาบบรรยากาศดี
-ร้านกาแฟริมทะเลสาบนั่งชิลล์
เวลาเปิด–ปิด
เข้าชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง
อยู่ปลายทางเดียวกับ Yufuin Floral Village เดินต่อเพียง 10 นาที
3. บ่อน้ำพุร้อนแห่งเบปปุ (Beppu Onsen + Jigoku)

เบปปุเป็นเมืองออนเซ็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น ที่มีบ่อน้ำพุร้อนจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ รวมถึง “บ่อนรกจิโกกุเมงไค” ที่เต็มไปด้วยสีสันแปลกตา
ไฮไลต์
-บ่อสีฟ้าทะลุโลก Umi Jigoku
-บ่อสีแดงเลือด Chinoike Jigoku
-สตรีทฟู้ดไข่ต้ม/ซาลาเปานึ่งด้วยไอน้ำพุร้อน
-โรงอาบออนเซ็นหลากหลายให้เลือกพักผ่อน
ค่าเข้าชมบ่อนรกจิโกกุ
2,300 เยน (รวม 7 บ่อ)
เวลาเปิด–ปิด
08.00–17.00 น.
การเดินทาง
จากสถานี Beppu ขึ้นรถบัสไปโซน Kannawa ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที
4. ศาลเจ้าดาไซฟุเทมมังกู (Dazaifu Tenmangu)

ศาลเจ้าชื่อดังที่สุดแห่งหนึ่งในฟุกุโอกะ เป็นศาลเจ้าที่อุทิศให้เทพแห่งการศึกษา “ซึงาวาระ โนะ มิจิซาเนะ” นักท่องเที่ยวและนักเรียนญี่ปุ่นนิยมมาขอพรเรื่องการงาน–การเรียน
ไฮไลต์
-สะพานสีแดงสามช่วงแสนงดงาม
-ถนนคนเดิน “Dazaifu Sando” เต็มไปด้วยขนมร้านดัง
-พลาดไม่ได้! โมจิย่างร้อนๆ “Umegae Mochi” ของขึ้นชื่อ
เวลาเปิด–ปิด
06.30–18.30 น. (ตามฤดูกาล)
การเดินทาง
จาก Tenjin ขึ้นรถไฟ Nishitetsu → สถานี Dazaifu (ใช้เวลา 30 นาที)
5. สะพานแขวนโคโคโนเอะ (Kokonoe Yume Suspension Bridge)

สะพานแขวนคนเดินที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น สูงกว่า 173 เมตร เหนือหุบเขาแห่งน้ำตก Shindo น้ำตก 3 สายสุดอลังการ มุมนี้คือที่สุดของฤดูใบไม้ร่วงในโออิตะ 🍁
ไฮไลต์
-เดินชมวิวจากสะพานชมลำธารและป่าเขา
-มุมถ่ายรูปมองไปยังน้ำตกจากมุมสูง
-ใบไม้แดงช่วงพีคสวยมาก
เวลาเปิด–ปิด
08.30–17.00 น.
(ช่วงฤดูร้อนอาจปิดช้ากว่า)
ค่าเข้า
500 เยน
การเดินทาง
รถบัสไม่สะดวก ควรเช่ารถหรือไปกับทัวร์ ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีจากเมืองยูฟุอิน
6. สวนสาธารณะริมทะเลโมโมชิ (Momochi Seaside Park – Fukuoka)

แลนด์มาร์กริมทะเลสุดฮิตในฟุกุโอกะ บรรยากาศคล้ายรีสอร์ตริมทะเล น้ำทะเลสีฟ้าและชายหาดยาว เหมาะกับการเดินเล่น พักผ่อน หรือชมวิว Fukuoka Tower ยามค่ำ ✨
ไฮไลต์
-ชายหาดพร้อมโซนคาเฟ่และร้านอาหาร
-ถ่ายรูปกับ Fukuoka Tower แบบใกล้มาก
-บรรยากาศดีทั้งกลางวันและช่วงพระอาทิตย์ตก
เวลาเปิด–ปิด
เปิดตลอด แต่ร้านค้าเปิด 10.00–21.00 น.
การเดินทาง
จากสถานี Nishijin เดินประมาณ 15–20 นาที หรือขึ้นรถบัสลง Momochi/PayPay Dome
ขอบคุณรูปภาพจาก Do More. ไปเที่ยวกัน
เขียนโดย
SS Quality Japan Trip Team
ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวญี่ปุ่น พร้อมแบ่งปันประสบการณ์และเคล็ดลับการเดินทาง
บทความในหมวดเดียวกัน
เนื้อหาที่คุณอาจสนใจ

5 หมู่บ้านท่ามกลางหิมะ ที่คุณจะต้องประทับใจ..สวยเหมือนอยู่ในนิทาน
ฤดูหนาวที่ญี่ปุ่นกำลังจะเวียนกลับมาอีกครั้ง! ใครที่กำลังวางแผนพาครอบครัวไปสัมผัสปุยหิมะขาวโพลนแบบเป็นส่วนตัว ลืมความวุ่นวาย แล้วปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่เงียบสงบ วันนี้เราขอพาทุกท่านไปเปิดพิกัด "5 หมู่บ้านท่ามกลางหิมะ" ที่สวยสะกดใจจนอยากให้คุณได้ไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งค่ะ ☃️🤍

ตามหาเสน่ห์ญี่ปุ่นแบบ Unseen ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์เที่ยวญี่ปุ่นที่แตกต่างไปจากเดิม ทิ้งความวุ่นวายในเมืองใหญ่ แล้วไปสัมผัสบรรยากาศ "Hidden Gems" หรือเมืองเล็กๆ ที่ยังคงความงดงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วนในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

ฮอกไกโด ดินแดนแห่งหิมะนุ่มฟูที่คุณต้องไปสัมผัสสักครั้ง
หากคุณกำลังมองหาจุดหมายปลายทางที่จะเปลี่ยนฤดูหนาวให้กลายเป็นดินแดนแห่งความทรงจำ ฮอกไกโดคือคำตอบที่คุณห้ามพลาด ที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่ความหนาวเย็น แต่คือมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติที่ถูกแต่งแต้มด้วยหิมะสีขาวสะอาดตา และวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว นี่คือเส้นทางแนะนำที่จะทำให้คุณหลงรักฮอกไกโดมากขึ้นกว่าเดิม

